ยิ่งสูบ ยิ่งจนซ้ำซาก

Spread the love
บุหรี่ เป็นพิษ เป็นภัยสุขภาพมากแค่ไหน ผู้อ่านคงรู้กันดี ทว่าล่าสุด ยังมีข้อมูลผลเสียจากการสูบบุหรี่ของสิงห์นักสูบที่มีรายได้น้อยนิด ซึ่งเรื่องนี้ มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ เผยข้อมูลการสำรวจการสูบบุหรี่ระดับโลก พ.ศ.2554 ระบุว่า คนไทยที่มีฐานะยากจนที่สุด มีรายได้เฉลี่ย 2,000 บาทต่อเดือน มีถึง 1,373,333 คน แถมยังใช้เงินซื้อบุหรี่ซองที่ผลิตจากโรงงานเฉลี่ยเดือนละ 547.5 บาทต่อคน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 27.4 ของรายได้ของแต่ละคนต่อเดือน

นอกจากนี้ การสำรวจเดียวกัน ยังพบว่า ในกลุ่มประชากรที่จนที่สุดที่สูบบุหรี่ ร้อยละ 95 เชื่อว่า การสูบบุหรี่ทำให้เกิดโรคร้ายแรงได้ ส่วนร้อยละ 96.6 เชื่อว่า การสูบบุหรี่เป็นการติดสิ่งเสพติด ขณะที่ร้อยละ 47.5 มีความคิดที่จะเลิกสูบบุหรี่ และร้อยละ 36.5 พยายามที่จะเลิกสูบบุหรี่ในช่วง 12 เดือน ก่อนการสำรวจ แต่เลิกไม่สำเร็จ

ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ เผยว่า ข้อมูลจากการสำรวจชี้ให้เห็นถึงอำนาจการเสพติดที่รุนแรงอย่างยิ่งของบุหรี่ ที่ทำให้ผู้สูบบุหรี่ที่จนที่สุดใช้เงินถึงเกือบ 3 ใน 10 ที่หาได้ไปกับการซื้อบุหรี่สูบในแต่ละเดือน นอกจากเป็นการสูญเสียเงินทองที่มีน้อยมากอยู่แล้ว เมื่อเกิดการเจ็บป่วยจากโรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่ขึ้น ก็ยิ่งจะเป็นภาระแก่ตัวเองและครอบครัวอย่างยิ่ง

ที่ผ่านมา มาตรการควบคุมยาสูบ ทำให้คนไทยที่เคยสูบบุหรี่เลิกสูบได้แล้วร้อยละ 27.2 และกลุ่มประชากรที่จนที่สุดก็เลิกสูบได้ร้อยละ 26 เมื่อเป็นเช่นนี้ ศ.นพ.ประกิต ยังเรียกร้องให้รัฐบาลเพิ่มมาตรการควบคุมยาสูบให้จริงจังมากขึ้น โดยไม่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฝ่ายรณรงค์เท่านั้น ทุกกระทรวงต้องช่วยกัน โดยเฉพาะการขึ้นภาษีที่จะช่วยให้คนจนเลิกสูบ และการช่วยเหลือผู้สูบบุหรี่ที่ยากจนที่สุดให้เลิกสูบ โดยเพิ่มยาอดบุหรี่ให้อยู่ในชุดสิทธิประโยชน์ของโครงการสามสิบบาทรักษาทุกโรค

หากคนที่จนที่สุดเลิกสูบบุหรี่ได้ นอกจากทำให้สุขภาพดีขึ้นแล้ว ยังเป็นการแก้ปัญหาความยากจนที่ตรงจุดที่สุดด้วย.

ทีมเดลินิวส์ออนไลน์
takecareDD@gmail.com
ที่มา www.dailynews.co.th/article/822/215777